2017 12 03 103945

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิรวัฒน์ ทิพยรส รองประธานสาขาฝ่ายการประกันคุณภาพการศึกษา สาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์  เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อนตลาดนัดแรงงานอาเซียนด้านโรงแรมและที่พัก และเข้าฟังการบรรยายพิเศษ “รู้ทันจีน 4.0 เพื่อโอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยว โดยรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ไทย-จีน อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน(Thai-Chinese Strategic Research Center : TCRC) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ในวันที่ 15 กันยายน 2560 จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตร่วมกับจัดสำนักงานจัดหางาน และโรงแรมชั้นนำ 30 แห่ง

          จากการเข้าร่วมตลาดนัดอาเซียน 2017 มีศิษย์เก่านักศึกษาสาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์ มาออกบู๊ทในนามตัวแทนขององค์การ จำนวน 7 ธุรกิจ ได้แก่

  1. Wyndham Sea Pearl Resort Phuket
  2. โนโวเทลภูเก็ตโภครีธรา & ไอบีสสไตส์ภูเก็ตซิตี้
  3. โรงแรม Peach Group
  4. โรงแรมอันดามัน บีช สวิท
  5. โรงพยาบาลดีบุก
  6. โรงแรมออร์คิดเดเซียรีสอร์ท
  7. The Royal Paradise Hotel & Spa

ในรายวิชา หลักการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยนำนักศึกษาฟังเสวนา “ฟังเรื่องเล่าจากพี่ๆ...เตรียมตัวอย่างไรให้ได้งานทำ” ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมฟัง วิทยากร ได้แก่

  1. คุณมนต์ฤดี ศรีจันทร์ ผู้อำนวยการแผนกทรัพยากรมนุษย์ โรงแรมบันยันทรีภูเก็ต (ศิษย์เก่าสาขาวิชาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว)
  2. คุณธีรศักดิ์ มอดนวล ตำแหน่ง Talent & Culture coordinator โรงแรมโนโวเทลภูเก็ต โภครีธรา & ไอบีสสไตส์ภูเก็ตซิตี้ (ศิษย์เก่าศิษย์เก่าของสาขาวิชาการบริหารทรัพยากรมนุษย์)
  3. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสรรหา จากสำนักจัดหางาน
    2017 12 03 104027

และให้นักศึกษาเรียนรู้รูปแบบการจัด Job Fair  ตลาดนัดแรงงานอาเซียน 2017 จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ตร่วมกันโรงแรมชั้นนำ 30แห่ง และสำนักงานจัดหางาน เพื่อให้นักศึกษาได้เห็นรูปแบบของการจัดกิจกรรม Job Fair  รูปแบบการจัดนิทรรศการของแต่ละหน่วยงาน รายละเอียดเกี่ยวกับการออกแบบสื่อโฆษณาในการประชาสัมพันธ์ตำแหน่งงาน เช่น แผ่นป้ายไวนิล การใช้บาร์โค้ดในการscan เข้าไปดูตำแหน่งงานว่าง การใช้ application  และรูปแบบของการสัมภาษณ์จากหน่วยงานจริง ก่อให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของนักศึกษาจริงทำให้นักศึกษามองภาพการสรรหาและคัดเลือกในองค์การธุรกิจจริง เข้ารับการสัมภาษณ์จากหน่วยงานภาคธุรกิจโรงแรมชั้นนำ และได้ใช้นวัตกรรมด้านการจัดหางานที่กระทรวงแรงงาน พัฒนา Mobile Application ภายใต้ชื่อ SMART LABOUR ตอบสนองการทำงานของคนยุคใหม่ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศได้ผ่านอุปกรณ์ Smart phone และ tablet ในระบบแอนดรอยด์ (Android) เพื่อทำการค้นหาตำแหน่งงานว่าง

การบรรยายพิเศษ “รู้ทันจีน 4.0 เพื่อโอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยว โดยรศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ไทย-จีน อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์ไทย-จีน(Thai-Chinese Strategic Research Center : TCRC) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ บรรยายเกี่ยวกับรู้ทันจีน 4.0 เพื่อโอกาสทางธุรกิจท่องเที่ยว โดยสาธารณรัฐประชาชนจีน (People's Republic of China) หรือ ประเทศจีน (China)

 รูปแบบการปกครอง แบบสังคมนิยมแบบจีน (Communist State)  เมืองหลวง   กรุงปักกิ่ง (ภาษาราชการจีนเรียกว่า "เป่ยจิง" - 北京- Beijing)

 การแบ่งการปกครอง

2 เขตการปกครองพิเศษ ภายใต้นโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" (One Country Two Systems) ได้แก่ Hong Kong และ Macau  

4 เขตเทศบาลปกครองตนเองภายใต้การกำกับดูแลจากรัฐบาลกลางโดยตรง ได้แก่ Beijing, Chongqing, Shanghai, Tianjin

5 เขตการปกครองอิสระที่ชาวจีนฮั่น (Chinese Han) ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยมีเสียงข้างมากในรัฐบาลและรัฐสภาท้องถิ่น ได้แก่ Guangxi, Nei Mongol, Ningxia, Xinjiang Uygur, Xizang (Tibet)

23 มณฑล (จีนถือว่า ไต้หวันเป็นมณฑลที่ 23) ได้แก่ Anhui, Fujian, Gansu, Guangdong, Guizhou, Hainan, Hebei, Heilongjiang, Henan, Hubei, Hunan, Jiangsu, Jiangxi, Jilin, Liaoning, Qinghai, Shaanxi, Shandong, Shanxi, Sichuan, Yunnan, Zhejiang, Taiwan

 2017 12 03 104108

ตลาดออนไลน์จีน:ช่องทางลัดของสินค้าไทย

การค้าผ่านสื่อออนไลน์ได้กลายเป็นกระแสสุดฮิตบนแผ่นดินจีนและสะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคจีนยุคใหม่ได้อย่างชัดเจนทุกวันนี้ มีทั้งการสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่าน E-commerce ของจีนกันอย่างคึกคัก จนทำให้จีนก้าวกระโดดกลายเป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าการค้าปลีกบนอินเทอร์เน็ตในจีนที่สูงอันดับ 1 ของโลก ด้วยพลังของกลุ่มผู้ซื้อออนไลน์จีนที่มีมากทะลุหลัก 360 ล้านคน จากจำนวนพลเมืองเน็ตจีนที่มีมากกว่า 688 ล้านคน คนจีนยุคใหม่นิยมช็อปปิ้งสินค้าของแท้คุณภาพดีจากต่างประเทศ และมักจะสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ยอดฮิตของจีน เช่น Tmall และ Jingdong โดยเฉพาะการสั่งซื้อสินค้านำเข้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเด็ก และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามตลาดออนไลน์จีนที่เติบโตอย่างรวดเร็วจึงถูกมองว่าจะเป็นช่องทางใหม่ของสินค้าและบริการไทยในการแทรกตัวเข้าเจาะตลาดจีนที่สุดแสนจะหอมหวล โดยหวังจะใช้เป็น “ช่องทางลัด” ที่ประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าตรงจากไทยไปเจาะกลุ่มผู้บริโภคออนไลน์จีน อีกทั้งยังเป็นช่องทางที่สามารถนำเสนอสินค้าแก่ชาวจีนได้ 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ครอบคลุมไปทั่วทุกเมือง/มณฑลจีน

การเจาะตลาดปราบเซียนบนแผ่นดินจีนโดยผ่านระบบ E-commerce อาจจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด จำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจข้อมูลในหลายด้าน ทั้งความรู้เกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลกฎหมายและกฎระเบียบจีน โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบขนส่งโลจิสติกส์ รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคของจีนในแต่ละกลุ่มสินค้าและรสนิยมที่หลากหลายในแต่ละมณฑล ตลอดจนจะต้องมีความเข้าใจการดำเนินธุรกิจออนไลน์ในจีนอย่างลึกซึ้ง นอกจากผู้ประกอบการไทยจะมีจุดอ่อนพื้นฐานในเรื่องปัญหาการสื่อสารภาษาจีนกลาง และไม่มีเครือข่ายคู่ค้าจีนที่ไว้วางใจได้แล้ว ส่วนใหญ่ยังขาดข้อมูลวิเคราะห์เชิงลึกในระดับพื้นที่ หลายคนทึกทักเอาเองว่า รู้และเข้าตลาดจีน ทั้งๆ ที่ตลาดแดนมังกรที่กว้างใหญ่นี้มีความหลากหลายมาก รวมทั้งการเข้าไปทำธุรกิจในตลาดออนไลน์ของจีนยังมีความซับซ้อน ทั้งในเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ระบบการจดทะเบียน ระบบการชำระเงิน การส่งมอบสินค้า บริการหลังการขาย และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ซึ่งอาจจะปรับเปลี่ยนบ่อยที่สำคัญ ธุรกิจออนไลน์ในจีนมีการแข่งขันสูงมาก โดยเฉพาะผู้ค้ารายเดิมในตลาดจีนที่วางจำหน่ายสินค้าผ่านสื่อออนไลน์จะมีความได้เปรียบในหลายด้าน ทั้งในเรื่องต้นทุนและความคุ้นเคยกับการดำเนินธุรกิจในจีน โดยเปรียบเทียบแล้ว ธุรกิจจากต่างชาติจะมีต้นทุนสูงกว่าในการนำสินค้าถึงมือลูกค้าจีน ทั้งด้านการขนส่ง และภาษีศุลกากรนำเข้า รวมทั้งค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกจากนี้ ก่อนจะรุกตลาดออนไลน์จีนยังจำเป็นต้องตรวจสอบในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาและจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือตราสินค้าเพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบ รวมไปถึงการรุกทำการตลาดและสร้างตราสินค้า ตลอดจนการขอใบรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ออกโดยหน่วยงานของจีน ในด้านการชำระเงิน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีนนิยมใช้อุปกรณ์ในการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ที่แพร่หลายและนิยมมากที่สุด คือ สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ผู้ซื้อออนไลน์ในจีนมักจะใช้วิธีการชำระเงินผ่านทางโทรศัพท์มือถือไปยังผู้ให้บริการบุคคลที่สาม (Third-party mobile payment) เช่น Alipay หรือ Tencent ดังนั้น ผู้ที่หวังจะเจาะตลาดจีนผ่าน E-commerce ก็ต้องให้ความสำคัญกับการมีทางเลือกในการชำระเงินด้วยวิธีดังกล่าวไว้ให้แก่กลุ่มลูกค้าของตนด้วย  แน่นอนว่า กุญแจสำคัญของการค้าออนไลน์ในจีน คือ การตัดสินใจเลือกช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสในการวางจำหน่ายสินค้าและสร้างตราสินค้าในตลาดจีน โดยควรเน้นแพลตฟอร์มที่มีผู้เข้าชมจำนวนมาก มีการชำระเงินที่เหมาะสม มีบริการจัดส่งที่ถูกต้อง และมีกลุ่มผู้บริโภคหลักที่สอดคล้องกับสินค้าของเราที่จะนำไปเจาะตลาดออนไลน์จีนที่ผ่านมา การเข้าไปทำธุรกิจการค้าออนไลน์ของชาวต่างชาติในจีนมีจุดอ่อนหลายด้าน เช่น ปัญหาในเรื่องการแปลข้อมูลภาษาจีน การขาดบริการหลังการขาย รวมถึงข้อจำกัดในการชำระเงิน การขอคืนเงิน และการส่งคืนสินค้าสำหรับการดำเนินธุรกิจออนไลน์ผ่าน 3rd Party Platform ก็มีจุดอ่อนที่คล้ายคลึงกัน ตัวแทนขายสินค้าในจีนจะต้องมี e-store ทั้งนี้ การทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอาจถูกจำกัดขึ้นอยู่กับหุ้นส่วนท้องถิ่นและแพลตฟอร์มผู้ให้บริการที่จะใช้ แม้กระทั่งรูปแบบของการขายสินค้าโดยตรงผ่าน website ภาษาจีนของตัวเอง ก็มีปัญหาและจุดอ่อน เช่น ต้องมีทีมงานในจีนมาดูแลงานทางเทคนิคและพัฒนา website การใช้เวลาในการวางระบบช่วงเริ่มต้น และต้องลงทะเบียนขอใบอนุญาตจะเห็นได้ว่า การเลือกรูปแบบธุรกิจออนไลน์ในจีนที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญและต้องสอดคล้องกับผลิตภัณฑ์และกลุ่มตลาดเป้าหมาย ตลอดจนควรมีการส่งเสริมการขายผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น การใช้สังคมออฟไลน์ที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการผลักดันยอดขายออนไลน์ได้เช่นกัน เหนือสิ่งอื่นใด ควรมีเครือข่ายและพันธมิตรในจีนเพื่อใช้เป็นตัวแทนจำหน่าย หรือช่วยอำนวยความสะดวกต่อการเข้าสู่ตลาด การกระจายสินค้า การให้บริการหลังการขาย การขนส่งสินค้าคืน และการติดต่อกับลูกค้า แต่จะต้องมีความระมัดระวังรอบคอบในการเลือกคนจีนที่เชื่อถือได้มาเป็นพันธมิตร และจะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญ E-Commerce ในจีนอย่างแท้จริงด้วย

ผู้นำจีนได้ผลักดันยุทธศาสตร์ The Belt and Road มาอย่างต่อเนื่อง หรืออีกคำย่อที่ใช้คุ้นหู คือ One Belt, One Road (อีไต้ อีลู่ ในภาษาจีนกลาง) ซึ่งหมายถึง Silk Road Economic Belt และ Maritime Silk Road ยุทธศาสตร์นี้ของจีนครอบคลุมกว่า 60 ประเทศทั่วโลก คือ การจัดตั้ง“ธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย” (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB) จนสามารถเริ่มให้บริการทางการเงินแล้วตั้งแต่ต้นปี 2016 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปักกิ่ง และตั้งประธานธนาคาร AIIB คนแรกที่เป็นสัญชาติจีน คือ นายจิน ลี่ฉวิน ซึ่งภายใต้ 6 ระเบียงเศรษฐกิจของจีนในกรอบ The Belt and Road มีปากีสถานเพียงประเทศเดียวที่จีนจัดทำระเบียงเศรษฐกิจแบบทวิภาคี (สองต่อสอง) ด้วย นั่นคือ ระเบียงเศรษฐกิจ CPEC สำหรับระเบียงเศรษฐกิจอีก 5 แห่ง ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจ China-Mongolia-Russia Economic Corridor ระเบียงเศรษฐกิจ New Eurasian Land Bridge ระเบียงเศรษฐกิจ China-Central Asia-Western Asia Corridor ระเบียงเศรษฐกิจ China-Indochina Peninsula และระเบียงเศรษฐกิจ Bangladesh-China-India-Myanmar Corridor

2017 12 03 104056

2017 12 03 104037

 

สื่อมัลติมีเดีย